การสร้างอิทธิพลในที่ทำงานเชิงสร้างสรรค์โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่ง

Influence Without Authority
การนำทีมแบบไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ความสามารถในการสร้างอิทธิพลเชิงสร้างสรรค์ให้กับทีมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องประสานงานข้ามสาย ข้ามฝ่าย โดยไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาโดยตรง

ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือมากกว่าลำดับชั้นในสายบังคับบัญชา (ตำแหน่งในสายงานที่เป็นลำดับขั้นในองคก์กร) การมีตำแหน่งหรืออำนาจสั่งการเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันหรือขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรในปัจจุบันล้วนมีการทำงานแบบข้ามสายงาน (Cross-Functional Collaboration) การบริหารโครงการแบบ Agile รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทีมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) ทั้งภายในและภายนอก องค์กรเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่ผู้นำในปัจจุบันต้องเผชิญ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบในหลายองค์กรคือ การขาดความเข้าใจว่า “ภาวะผู้นำ” จำเป็นต้องผูกกับตำแหน่งเท่านั้น ความคิดนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ยังไม่สูงนักขององค์กรจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าเสนอความคิดเห็น หรือไม่เห็นบทบาทของตนเองในการขับเคลื่อนองค์กรร่วมกับผู้อื่น เพราะคิดว่า “ไม่มีอำนาจพอที่จะมีอิทธิพล” ส่งผลให้การทำงานเกิดความล่าช้า การสื่อสารขาดประสิทธิภาพ และ

ภาระงานกระจุกตัวอยู่ที่หัวหน้าเพียงไม่กี่คน
ในทางกลับกัน องค์กรที่สามารถส่งเสริมให้ทุกคนในองค์กรพัฒนาทักษะของผู้นำ ให้เกิดขึ้นในทุกระดับ โดยเฉพาะในรูปแบบของ การสร้างอิทธิพลโดยไม่ใช้ตำแหน่ง (Influence without Authority) จะมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ เพราะทุกคนในทีมสามารถ

  • มีส่วนร่วมความเป็นเจ้าของในงานที่ตนเองรับผิดชอบ (Sense of Ownership)
  • สื่อสารอย่างชัดเจนและตรงตามความตั้งใจ (Courageous Communication)
  • ประสานงานและโน้มน้าวผู้อื่นด้วยทักษะ ไม่ใช่ตำแหน่ง (Power of Persuasion)
  • ขับเคลื่อนเป้าหมายของทีมได้อย่างมีพลังและยั่งยืน (Team-driven Leadership)

หลักสูตร การสร้างอิทธิพลเชิงสร้างสรรค์โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่ง “Influence without Authority” จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ที่ท้าทายนี้อย่างตรงจุด โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมได้พัฒนา 3 องค์ประกอบหลัก คือ

  1. Mindset – การเข้าใจว่าทุกคนมีพลังส่วนบุคคล (Personal Power) ที่สามารถสร้างอิทธิพลได้โดยไม่ต้องรออำนาจจากตำแหน่ง
  2. Skillset – การฝึกฝนทักษะการสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Communication) การฟังอย่างลึกซึ้ง (Active Listening) และการจัดการสารเพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวก
  3. Strategic Toolset – การวางแผนการมีอิทธิพลต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ (Stakeholder Influence Strategy)

ผู้เข้าอบรมจะได้รับประสบการณ์เรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทการทำงานจริง ผ่านเวิร์กช็อป กรณีศึกษา และการสะท้อนความคิด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการทำงาน สร้างความร่วมมือและขับเคลื่อนผลลัพธ์ โดยไม่ต้องพึ่งพาอำนาจสั่งการ
หลักสูตรนี้จึงไม่ใช่เพียงเพื่อพัฒนาทักษะส่วนบุคคล แต่คือการสร้างวัฒนธรรมของทีมและองค์กรที่ “ทุกคนคือผู้นำได้” (ด้วยพลังของความคิด ทักษะ และความตั้งใจที่มีอยู่ในตัวเอง) เพราะภาวะผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง แต่ขึ้นอยู่กับวิธีคิด ความกล้าตัดสินใจ และความตั้งใจที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวก

กลุ่มเป้าหมาย

พนักงานทุกระดับที่สนใจพัฒนาภาวะผู้นำ พนักงานที่ทำงานข้ามสายงาน หัวหน้าทีมรุ่นใหม่ บุคลากรสายสนับสนุนที่ต้องประสานงานกับหลายฝ่าย และกลุ่ม Talent ที่เตรียมขึ้นสู่บทบาทผู้นำ

ระยะเวลาการอบรม

  • 1 วัน (6 ชั่วโมง)
  • เวลา 09.00 – 16.00 น. (รวมพักเบรก เช้า-บ่าย และพักกลางวัน)

วัตถุประสงค์การอบรม

  • เข้าใจบทบาทของตนเองและสร้างความรับผิดชอบในงานที่ทำ (Sense of Ownership)
    พัฒนาความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน ไม่โยนปัญหา และไม่รอคำสั่งก่อนลงมือแก้ไข
  • กล้าสื่อสารอย่างมั่นใจและสร้างสรรค์ แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย (Courageous Communication)
    เพิ่มความมั่นใจในการพูดในที่ประชุม แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และสื่อสารอย่างมีเจตนาดี
  • สามารถโน้มน้าวและประสานงานกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ไม่มีอำนาจตามตำแหน่ง (Collaborative Influence)
    เรียนรู้เทคนิคการจูงใจ สร้างความร่วมมือ และสร้างความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนกันในทีม
  • ขับเคลื่อนเป้าหมายของทีมได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องทำงานร่วมกับคนหลากหลายบทบาท (Team-driven Leadership)
    เข้าใจวิธีบริหารพลังในทีม สร้างแรงจูงใจ และรักษาความสม่ำเสมอในการขับเคลื่อนผลงาน

สัดส่วนรูปแบบและวิธีการอบรม

  • อบรมภายใน In-house Training
  • สถานที่ห้องประชุมมีเครื่องฉายสไลด์/Projector ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง
  • การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาและการสนทนาเชิงลึก (Case-based Learning & Dialogues) 25%
  • การบรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Lecture) 25%
  • เวิร์กช็อปและการจำลองสถานการณ์ (Workshop & Simulation) 50%

ประโยชน์ต่อองค์กรและผู้เข้าอบรม

ประโยชน์ต่อองค์กร
  • ส่งเสริมวัฒนธรรม “ภาวะผู้นำในทุกระดับ” โดยไม่จำกัดแค่ระดับบริหาร
  • ลดการพึ่งพาระบบสั่งการแบบ Top-down และเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานข้ามสายงาน (Cross-functional Collaboration)
  • พัฒนาศักยภาพของผู้นำรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่มีความสามรถ (Talent Pool) ให้สามารถนำทีมแม้ไม่มีอำนาจโดยตรง
  • ลดปัญหาความล่าช้า ความลังเล และการโยนความรับผิดชอบในการทำงาน
  • สร้างวัฒนธรรมแห่งการมีส่วนร่วม ความเชื่อใจ และความกล้าลงมือเปลี่ยนแปลง
  • ยกระดับทีมงานให้สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันด้วยพลังของความสัมพันธ์ ทักษะ และความตั้งใจอย่างสร้างสรรค์
ประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมอบรม
  • เข้าใจแหล่งพลังส่วนบุคคล (Personal Power) และสามารถสร้างอิทธิพลเชิงบวกได้โดยไม่ต้องพึ่งตำแหน่งหรืออำนาจ
  • พัฒนาความมั่นใจในการสื่อสาร แสดงความคิดเห็น และแสดงภาวะผู้นำในบทบาทของตนเอง
  • ฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าว (Persuasive Communication) ที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจและความสัมพันธ์
  • วางแผนการใช้อิทธิพลอย่างมีชั้นเชิง ผ่านกิจกรรม การทำแผนที่พลังส่วนบุคคล (Personal Power Mapping) และ กลยุทธ์การจัดการผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder Strategy)
  • ตระหนักถึงบทบาทตนเองในฐานะผู้นำที่ขับเคลื่อนทีมและเป้าหมายองค์กร แม้ไม่มีอำนาจสั่งการ
  • ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปจริง ฝึกฝน และสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาการนำไปใช้จริงในงาน
  • สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนา Soft Power ของตนเอง เพื่อเป็นแรงผลักดันเชิงบวกต่อทีมและองค์กร

วิทยากรผู้ออกแบบและอำนวยกระบวนการเรียนรู้

อ.ทวีภูมิ วิบรรณ์
  • Proactive Development Project (โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำและองค์กรเชิงรุก) บริษัท BPI จำหน่าย ติดตั้งและให้บริการเครื่องมือแพทย์
  • Proactive Performance, การพัฒนาสมรรถนะเชิงรุก บริษัทผลิตและส่งออกเครื่องปรุงอาหาร, Griffith Foods
  • Proactive Coaching for Innovative Leaders: A program in partnership with Faculty of Engineering, Chulalongkorn University การโค้ชเชิงรุกสำหรับผู้นำเชิงนวัตกรรม โครงการความร่วมมือระหว่าง ProActive Forum กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
  • Proactive Culture in Organization, การเสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงรุก บริษัทจำหน่ายและให้บริการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสาร, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)
  • Proactive Leadership Communication (การสื่อสารเชิงรุกสำหรับผู้นำ) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
  • Proactive Culture for Ramita Leaders, การสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงรุกสำหรับผู้นำ, บริษัท Ramita Health and Beauty
  • Proactive Organizational Transformation, Office of Academic Services, การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงรุก สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, Kasetsat University
  • Proactive Leadership Communication, การสื่อสารเชิงรุกสำหรับผู้นำ, บริษัท Panasonic
  • นักเรียนทุน Fulbright (2009-2011) : MA in Sustainable International Development, Brandeis University, MA, USA

กำหนดการและหัวข้อการอบรม

09:00 – 09:30
กิจกรรมละลายพฤติกรรม: ผู้ทรงอิทธิพลที่มองไม่เห็น (The Invisible Influencers)
  • เปิดเวิร์กช็อปด้วยกิจกรรมที่ชวนตั้งคำถามใหม่ต่อคำว่า “อิทธิพล”
  • สะท้อนให้เห็นว่าอิทธิพลไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งหรืออำนาจทางการ
  • กระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมมองเห็นพลังของพฤติกรรม ความคิด และความสัมพันธ์ของตนเอง
  • ปูพื้นฐานแนวคิดเรื่อง “อิทธิพลที่สร้างได้จากภายใน”
09:30 – 10:30
  • เรียนรู้แหล่งพลัง 6 ประเภทที่สามารถสร้างอิทธิพลได้จริง ได้แก่: ตำแหน่ง (Position), ความเชี่ยวชาญ (Expertise), ความสัมพันธ์ (Relationship), ลักษณะนิสัย (Character), วิสัยทัศน์ (Vision), ตรรกะและเหตุผล (Logic), วิเคราะห์ตัวอย่างจากสถานการณ์จริง เพื่อเข้าใจวิธีใช้พลังอย่างเหมาะสมและมีจริยธรรม
10:30 – 10:45
พักเบรก
10:45 – 12:00
การทำแผนที่พลังส่วนบุคคล (Personal Power Mapping)
  • ผู้เข้าอบรมประเมินแหล่งพลังของตนเองตาม 6 ประเภท
  • สร้าง “แผนที่พลังส่วนบุคคล” เพื่อให้เห็นภาพรวมของอิทธิพลที่มีอยู่
  • สะท้อนจุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนา และเลือกแนวทางการขยายอิทธิพลอย่างมีเป้าหมาย
  • เตรียมต่อยอดการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์การทำงานจริง
12:00 – 13:00
พักกลางวัน

 

13:00 – 14:15
เวิร์กช็อปฝึกการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าว (Persuasive Communication Lab)
  • ฝึกทักษะการสื่อสารที่มีอิทธิพล: ฟังให้เข้าใจ–พูดให้สัมผัสใจ
  • เรียนรู้หลักการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจ ไม่ใช่การควบคุม
  • ออกแบบข้อความ (Message Framing) ให้เหมาะสมกับผู้ฟังในบริบทของงานจริง
  • ฝึกฝนแบบกลุ่มย่อย และรับฟีดแบ็กเชิงพัฒนา
14:15 – 14:30
พักเบรก
14:30 – 15:30
กลยุทธ์การบริหารอิทธิพลของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder Influence Strategy)
  • เรียนรู้การวิเคราะห์ผู้ส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) และระดับอิทธิพลที่เหมาะสม
  • วางกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ฝึกการใช้พลังอิทธิพลโดยไม่ต้องพึ่งอำนาจสั่งการ
  • เตรียมแผนรับมือกับมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กร (Stakeholder) ที่หลากหลายในการดำเนินงานจริง
15:30 – 16:00
แผนปฏิบัติการและการสะท้อนคิด (Action Plan & Reflection)
  • สรุปแนวคิดสำคัญที่ได้จากเวิร์กช็อป
  • ออกแบบ “แผนปฏิบัติการ” เพื่อใช้พลังอิทธิพลในบริบทของตน
  • เขียนเป้าหมายที่ต้องการเริ่มต้นกระทำทันทีหลังอบรม
  • กิจกรรมสะท้อนความเข้าใจ แรงบันดาลใจ และความตั้งใจในการนำไปใช้จริง

หลักสูตรแนะนำ +

ฝึกอบรมวิทยากรมืออาชีพสำหรับบุคลากรในนิคมอุตสาหกรรม

สร้างครูฝึกภายใน = สร้างความยั่งยืนในการ พัฒนาภาคอุตสาหกรรมเหมาะกับโรงงานที่มี turnover สูง หรืออยากสร้างทีม Internal Learning & Development

การเสริมพลังทีมสู่ความเป็นเลิศ

เสริมพลังหัวหน้าให้ดึงศักยภาพทีมได้เต็มที่ ฝึกทักษะจูงใจ แก้ปัญหา และสร้ํางวัฒนธรรมการทำงานที่เข้มแข็ง

การพัฒนาภาวะผู้นำแบบยืดหยุ่นและการประยุกต์ใช้

ภาวะผู้นำแบบยืดหยุ่นสำหรับหัวหน้างานที่ต้องนำทีมในสถานการณ์หลากหลาย เช่นแรงงานต่างรุ่น หลากหลายวัฒนธรรม
องค์กรที่ไว้วางใจ People Common

ขอใบเสนอราคาและรับคำปรึกษา พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ

กรุณาติดต่อเราตามแบบฟรอมด้านล่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมข้อเสนอพิเศษ